Nvidia ขึ้นแท่น 'หุ้นสำคัญที่สุดของโลก' ตลาดคาดหวังผลประกอบการ Q2

สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า “หุ้นอินวิเดียNvidia บริษัทยักษ์ใหญ่ผู้นำด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(AI) กำลังกลายเป็นหุ้นที่สำคัญที่สุดในโลกและทำให้นักลงทุนมีความคาดหวังกับผลประกอบการไตรมาส 2 ของปีงบประมาณปี 2568  

นักวิเคราะห์จาก  LSEG คาดว่า Nvidia จะเติบโต ต่อเนื่อง 3 หลัก ติดต่อกัน 4 ไตรมาส โดยคาดว่าจะเติบโต 112% ซึ่งถือว่าสูงมาก แต่เป็นอัตราที่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs กังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของการลงทุนในเทคโนโลยีระดับสูง (ไฮเปอร์สเกล) เนื่องจากอัตราการเติบโตที่รวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา

เอริก แจ็คสัน จาก EMJ Capital มองว่า Nvidia เป็นหุ้นที่สำคัญที่สุดในโลกตอนนี้เลยทีเดียว และถ้าผลประกอบการออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ก็อาจส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลกอย่างมาก เขาเชื่อว่า Nvidia อาจสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับนักลงทุนได้

บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่รายอื่น ๆ ได้ผ่านการรายงานผลประกอบการ ก่อนการประกาศผลประกอบการของ Nvidia  โดยชื่อของบริษัทถูกกล่าวถึงบ่อยครั้งในระหว่างการประชุมและจากนักวิเคราะห์ เนื่องจาก Microsoft, Alphabet, Meta, Amazon และ Tesla ต่างก็ใช้จ่ายอย่างมากกับหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPUs) ของ Nvidia เพื่อฝึกโมเดล AI และดำเนินการงานขนาดใหญ่

จากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ว่าลูกค้ารายใหญ่ยังคงมีความต้องการใช้จ่ายเพื่อขยายศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องใช้เทคโนโลยีของ Nvidia กลายเป็นแรงหนุนหลักที่ทำให้ราคาหุ้นของ Nvidia พุ่งสูงขึ้นเกือบ 10% ในเดือนส.ค. ที่ผ่านมา

ทั้ง Google และ Meta ได้แสดงความต้องการให้มีการผลิตโปรเซสเซอร์ในปริมาณที่มากขึ้น โดย CEO ของทั้งสองบริษัทมองว่าการลงทุนในด้านนี้จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี สะท้อนผ่านการลงทุนโดย อดีตซีอีโอของ Google อย่าง Eric Schmidt เผยว่าบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำต้องการโปรเซสเซอร์มูลค่า 2 หมื่นล้าน 5 หมื่นล้าน หรือ 1 แสนล้านเหรียญ

จับตาผลประกอบการ

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มูลค่าหุ้นของ Nvidia พุ่งสูงขึ้นเกือบ 9 เท่า ขับเคลื่อนโดยความต้องการชิป AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

ทว่าความสำเร็จดังกล่าวกลับกลายเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ เมื่อในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา Nvidia เคยขึ้นแท่นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก แต่ไม่นานนักราคาหุ้นก็ร่วงลงอย่างหนักถึง 30% ภายในเวลาเพียง 7 สัปดาห์ ส่งผลให้บริษัทสูญเสียมูลค่าตลาดไปกว่า 800,000 ล้านดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนของตลาดหุ้นเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

จนถึงตอนนี้ราคาหุ้นของ Nvidia กำลังอยู่ในช่วงของการปรับตัวขึ้น แต่ยังไม่สามารถกลับไปแตะระดับสูงสุดตลอดกาลได้

ขณะเดียวกันนักลงทุนเองก็กำลังจับตาผลประกอบการรายไตรมาสที่จะประกาศในวันนี้ (28 ส.ค.) อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความกังวลว่าหากผลประกอบการออกมาไม่เป็นไปตามคาด หรือมีสัญญาณบ่งชี้ว่าความต้องการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ลดลง หรือลูกค้ารายใหญ่ในกลุ่มคลาวด์กำลังรัดเข็มขัดค่าใช้จ่าย อาจส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง

อ้างอิง CNBC

 

คำแถลงปฏิเสธความรับผิดชอบ: ลิขสิทธิ์ของบทความนี้เป็นของผู้เขียนต้นฉบับ การเผยแพร่ซ้ำบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หากมีการละเมิดกรุณาติดต่อเราทันที เราจะทำการแก้ไขหรือลบตามความเหมาะสม ขอบคุณ



หมวดเดียวกัน

ระเบิด ‘เพจเจอร์’ เทคโนโลยียุคเก่าที่กลับมาได้รับความนิยมในวงการแพทย์

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ความเป็นที่นิยมของ “โทรศัพท์มือถือ” จนกลายเป็นเครื่องมือสื่อสารหลักของโล...

เปิดเหตุผล 'ไปรษณีย์ไทย' ทำไมโดดร่วมสมรภูมิ 'เวอร์ชวลแบงก์'

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (19 ก.ย.) เป็นวันปิดรับคำขออนุญาตจัดตั้ง ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (เวอร์ชวลแ...

แกะกล่อง 'iPhone 16' และ 'iPhone 16 Pro Max' ส่องจุดเด่น มีลูกเล่นอะไรใหม่

แกะกล่องเป็นกลุ่มแรกๆ กับ iPhone 16 และ iPhone 16 Pro Max ที่วันนี้ KT Review จะพาไปดูว่าหนึ่งรุ่นเร...

‘ไมโครซอฟท์ - กูเกิล’ มอง ‘Digital Trust’ วาระท้าทาย ชีวิตบนโลกดิจิทัล

สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) จัดงาน “60 Years OF EXCELLENCE” ฉลองครบรอบ 60 ปี เชิญผู้นำจา...